2007/Aug/12

ข่าวสืบสวนสอบสวน พ.ศ.2547

สหกรณ์จุฬาฯไม่ปันผลให้แก่สมาชิกเป็นเวลา 4 ปี สมาชิกโวยใช้เวลาปิดบัญชีนานไป ขาดเงินสำหรับทำกิจกรรมของนิสิต คาใจว่ามีการโกงกิน ประธานกรรมการสหกรณ์จุฬาฯรับปันผลล่าช้าเพราะระบบงานพอกหางหมูและระบบสะดุดเพราะผู้จัดการและฝ่ายบัญชีลาออกในช่วงปี 2544 ด้านผู้ตรวจสอบบัญชีแจงระบบคอมพิวเตอร์ล้มและไม่มีการทำบัญชีมือก่อน จึงต้องทำใหม่ บ่นตอนนี้บัญชียังไม่สมบูรณ์

เนื่องจากกรณีการปันผลสหกรณ์จุฬาฯล่าช้าเป็นเวลา 4 ปี นางสาวขนิษฐา ธาระธนพล ประธานชมรมสลัม สมาชิกสหกรณ์จุฬาฯเบอร์ 62000 กล่าวว่า เราไม่สามารถเอาเงินปันผลไปทำอะไรได้มา 4 ปีแล้ว ต้องการเอาเงินมาทำค่ายก็ไม่ได้ ที่เขาให้เหตุผลว่าบัญชีไม่เสร็จมันไม่สมควรและน่าสงสัยเพราะบัญชีมันต้องปิดทุกปี และ 4 ปีมันนานไป สมาชิกควรได้ค่าเสียโอกาสกับที่เงินจมไป 4 ปี อย่างน้อยต้องได้เท่าดอกเบี้ยธนาคาร

นายอัครพล มาลารัตน์ นิสิตคณะวิศวกรรม ชั้นปีที่ 4 อดีตประธานชมรมสลัมกล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว มันเป็นเรื่องความเชื่อถือด้วย เพราะมีชื่อจุฬาฯ อยู่ แต่กลับไม่จ่ายเงิน

นางสาวฤดี สุรพรรักตระกูล สมาชิกสหกรณ์จุฬาฯกล่าวว่า ตนเคยไปสอบถามที่สหกรณ์หลายครั้งว่าจะมีการปันผลเมื่อไหร่ พนักงานมักบอกว่าเร็วๆนี้ ไปถามอีกก็ตอบเช่นเดิม ไม่เคยส่งข่าวว่าทำไมไม่ปันผล ตอนสมัครก็ไม่เคยบอกว่ามีปัญหา มีให้ปากกากับสมุดโน๊ตและก็จดหมายเชิญไปประชุมปีละครั้งเท่านั้น

ด้านนายปภัทร์ ปริชาน ประธานกรรมการสหกรณ์จุฬาฯ ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า ในช่วงปีพ.ศ. 2542-2543 คุณสุพรรณี ผู้จัดการสหกรณ์จุฬาฯ ได้เข้ามาทำงานและย้ายพนักงานบัญชีเก่าออก แล้วนำทีมบัญชีของตนเองเข้ามาใหม่ พอปีพ.ศ.2543 มีความเห็นไม่ตรงกับกรรมการจึงลาออก ซึ่งได้นำทีมบัญชีของตนออกไปด้วย ทำให้ระบบงานสะดุด อีกทั้งระบบงานสะสมพอกหางหมู บัญชีเก่าปิดไม่ได้ บัญชีใหม่ก็มาตลอด ทำให้ปิดบัญชีไม่ได้ซักที ยังผลให้การปันผลยังทำไม่ได้ เพราะบัญชีต้องถูกตรวจสอบก่อนว่าเรียบร้อยและเป็นปัจจุบัน จึงจะสามารถส่งที่ประชุมใหญ่และคิดเงินปันผลได้

ด้านเงินปันผลของสมาชิก ตอนนี้ไม่สามารถบอกว่าจะปันผลให้ได้กี่เปอร์เซ็นและไม่สามารถบอกตัวเลขกำไรได้เพราะบัญชียังไม่เรียบร้อย ผู้ตรวจสอบยังไม่ยืนยัน

อันนี้เหมือนเราสะดุดหกล้ม กว่าจะจับระบบให้เข้าที่ก็ต้องใช้เวลา อีกอย่างคือสหกรณ์จุฬาฯเป็น สหกรณ์แห่งเดียวที่ใช้นิสิตเป็นผู้บริหารทั้งหมด นิสิตต้องเรียนเต็มเวลาแต่ก็ต้องทำงานเหมือนผู้บริหาร อีกทั้งผู้บริหารต้องเปลี่ยนทุกปี การทำงานมันเลยช้า ต้องมีการมาเรียนรู้งานและปัญหาใหม่ทุกครั้ง อีกอย่างที่อยากให้มองคือปัญหาผู้ตรวจสอบบัญชีจากกรมตรวจสอบบัญชี เขามีงานเยอะและต้องมีการหมุนเวียนเรื่อยๆ มีเวลาเพียง 4 เดือนในการตรวจ เวลาเปลี่ยนทีมใหม่ ผู้ตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบใหม่เพื่อความมั่นใจ ทำให้งานย่ำอยู่ที่เดิม นายปภัทร์กล่าว

ส่วนสาเหตุการลาออกของคุณสุพรรณี ผู้จัดการคนก่อน นายปภัทร์ชี้แจงว่า ไม่ทราบ เพราะว่าตนเองไม่ได้อยู่ในช่วงนั้น น่าจะเป็นเพราะมีความเห็นไม่ตรงกับคณะกรรมการ ส่วนการที่พนักงานจะลาออก สหกรณ์ไม่สามารถห้ามได้ ระเบียบระบุแค่ให้พนักงานแจ้งก่อนลาออก 15 วันซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงชื่อ-นามสกุลจริงของผู้จัดการคนดังกล่าวมีการบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าจะทำให้เกิดการฟ้องร้องเปล่าๆ

ด้านนางสาวอาจารี ลิลิตกุล ผู้ตรวจสอบบัญชี จากกรมตรวจสอบบัญชีกล่าวว่า ที่ปิดไม่ได้เพราะบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน มีปัญหาเพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผิดพลาด เลขไม่ตรงกับเอกสารและไม่มีการทำบัญชีมือจึงต้องทำกันใหม่ งานมันสะสม ตอนนี้พยายามเร่งปิดให้ทัน แต่มีปัญหาที่บัญชีทำไม่สมบูรณ์ ต้องรอให้เขาแก้ ยังกระจัดกระจาย

ส่วนกำหนดการปิดบัญชี นางสาวอาจารีกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะปัญหาเรื้อรัง และไม่ขึ้นกับคนตรวจสอบ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนแก้ไขจะทำได้ทันหรือไม่ ครบถ้วนหรือไม่ ตอนนี้บัญชีของปีพ.ศ.2544 ตรวจเสร็จปีเดียว ปีพ.ศ.2545 เสร็จไป 60% ปีพ.ศ. 2547กำลังตรวจสอบอยู่ แต่เมื่อถามนายปภัทร์ว่าตอนนี้บัญชีเสร็จหรือไม่ ได้ตอบว่า เสร็จแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ คาดว่าน่าจะปันผลได้ในต้นปี 2548

นายเกษม จันทร์น้อย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารร้านสหกรณ์จุฬาฯกล่าวว่า สาเหตุมาจากระบบคอมพิวเตอร์และมีการเปลี่ยนผู้จัดการบ่อยเพราะไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย โดนกรรมการตำหนิจึงออกไป อีกทั้งนิสิตเปลี่ยนทีมทุกปีทำให้ช้า ส่วนการโกงกินนั้นไม่มีเพราะมีผู้ตรวจสอบดูแลตลอด

ด้านนายวิบูลย์ คงดี ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของสมาชิกเช่นกัน มันไม่มีรายงานประจำปีออกมาให้สมาชิกดูเพราะปิดบัญชีไม่ได้ จาก 2 ปีที่ผ่านมาที่เป็นผู้ตรวจสอบก็เห็นว่าคณะกรรมการไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามปิดบัญชีให้ได้

กรณีกรมส่งเสริมสหกรณ์มีสิทธิปิดตัวสหกรณ์ได้ หากสหกรณ์ไม่สามารถปิดบัญชีได้ภายใน 3 ปีนั้น นายวิบูลย์กล่าวา มั่นใจว่าจะสามารถปิดบัญชีได้ และสหกรณ์ไม่มีการปิดตัวแน่นอน

ด้านการประชาสัมพันธ์บอกข่าวสารข้อมูลแก่สมาชิกสหกรณ์ นายธงเอก ติระศิริชัย รองประธานกรรมการสหกรณ์จุฬาฯชี้แจงว่า เรามีการประชุมใหญ่ทุกปี เพื่อบอกความเป็นไปและปัญหาของสหกรณ์ แต่นิสิตไม่ค่อยให้ความสนใจถึงแม้จะมีการประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ส่วนการบอกข้อมูลสมาชิกเรื่องปัญหาการปันผลนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้ปิดบัง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผย สมาชิกสามารถเข้ามาถามได้ เนื่องจากคิดว่าเป็นปัญหาระยะสั้น สามารถแก้ให้ได้ในปีนี้ ตรงนี้ไม่ได้คิดถึงเพราะคิดว่าอย่างไรหุ้นก็ยังอยู่ ไม่คิดว่าเป็นการทำผิดจรรยาบรรณหรือหลอกเงินสมาชิก

ส่วนข้อสงสัยเรื่องการประชาสัมพันธ์กับสมาชิกที่เรียนจบไปแล้ว รองประธานกรรมการสหกรณ์กล่าวว่า จะพยายามประกาศทุกทางให้รู้ได้มากที่สุด ตามงานศิษย์เก่า เอกสารจุฬาฯ อย่างฐานข้อมูลที่อยู่เก่ามันก็เก่าเกินไป จะให้ส่งจดหมายบอกสมาชิกทั้งห้าหกหมื่นคนก็ไม่ไหว อาจจะส่งข้อมูลไปทาง E-mail แทน และจะมีการทำเว๊บไซด์ของสหกรณ์เพื่อเผยแพร่ มีการปิดป้าย ขึ้นคัดตามที่ต่างๆแน่นอน

ด้านปัญหาการประชาสัมพันธ์กับสมาชิก นายธงเอกยอมรับว่า ประชาสัมพันธ์เราไม่ดี ปัญหาคือเราขาดคนทำ เมื่อก่อนเคยมีทำหนังสือแจก ซึ่งในทีมกรรมการมีแค่ 10 คน จะทำกันเองก็ไม่ไหว แต่เราก็พยายามลงสื่ออย่างนิตยสาร voice นี้ก็เพิ่งลงไป

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการปิดบัญชี ประธานกรรมการสหกรณ์กล่าวว่า เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้วมีการประชุมทั้งหมด มีท่านผู้อำนวยการผู้ตรวจสอบบัญชี อธิบดีกรมส่งเสริมคือคุณบุญเลิศ ศรีขวัญ อ.สวัสดิ์ แสงบางปลาที่ปรึกษาสหกรณ์จุฬาฯ และคณะกรรมการ มานั่งทำความเข้าใจปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดี เราก็บอกปัญหาว่าคณะกรรมการเปลี่ยนบ่อย ฉะนั้นความเข้าใจความต่อเนื่องจะขาด อีกทั้งผู้สอบก็เปลี่ยนบ่อยและไม่อยากรับรองเพราะไม่แน่ใจ เราก็ขอให้อยู่นานหน่อยได้ไหม เพราะเรามีวิกฤติ และมีอีกจุดคือผู้ตรวจสอบงานเยอะ ซึ่งท่านอธิบดีก็ลดงานผู้ตรวจสอบสายเราจาก 10 เป็น 6 สหกรณ์และให้อยู่นานได้ถึงมกราคม และก็เอกสารบางอย่างมันนาน การค้นหามันผิดพลาด ถ้าเอกสารไม่มีนัยยะสำคัญ ให้ลงเป็นหมายเหตุประกอบงบการเงินได้ไหม เพราะงบก็จะไม่ปิด ปันผลไม่ได้ ถ้าผิดพลาดไม่เกิน 5% ขอให้ฝ่ายตรวจสอบรับได้ และลูกค้าจะรู้ว่า 5% คืออะไร คือเราไม่มีเจตนาจะทุจริต ภาษีทุกอย่างเราเคลียหมด เป็นองค์กรส่วนกลางไม่มีใครเป็นเจ้าของ ผู้บริหารเปลี่ยนทุกปี โอกาสโกงก็ไม่ได้ ยิ่งเป็นนิสิตยิ่งโกงไม่ได้หนัก ถ้าหากสหกรณ์จุฬาโกงนะ ก็โกงกันทั้งประเทศแล้วละ มันเป็นเรื่องของการไม่ต่อเนื่อง

ด้านการแก้ไขโครงสร้างในระยะยาว นายปภัทร์กล่าวว่า ตอนนี้กำลังจัดตั้ง คณะทำงานศึกษาระบบร้านสหกรณ์จุฬาฯ โดยมีตัวแทนสมาชิก ตัวแทนอาจารย์ ไม่เกิน 5 คน มาวิเคราะห์ปัญหาระดับโครงสร้างว่าควรแก้อย่างไร เพราะตอนนี้องค์กรใหญ่ขึ้นมาก จนนิสิตที่บริหาร ไม่ต้องเรียนหนังสือกันเลย

ส่วนข้อทักทวงในเรื่องค่าเสียโอกาสนั้น นายปภัทร์ชี้แจงว่า สมาชิกจะได้แน่นอน จะให้ดอกเบี้ยเหมือนธนาคาร เราจะจ้างสถาบันการเงินมาคำนวณให้ พร้อมชดเชยให้สมาชิกเต็มที่

ประธานกรรมการสหกรณ์ฝากว่า งานสหกรณ์จุฬาฯ ยังต้องการบุคลากรมาช่วยอีกมาก เพราะองค์กรใหญ่มาก แต่นิสิตให้ความสนใจน้อยเพราะคิดว่าต้องใช้ความรู้ด้านการบริหาร ที่จริงยังต้องการคนที่มีความรู้หลายด้าน อย่างด้านประชาสัมพันธ์ยอมรับว่าไม่ดีจริง แต่เพราะขาดบุคลากรเข้ามาช่วยงาน

Comment

Comment:

Tweet