2007/Aug/12

พ.ศ 2548

จากเหตุการณ์มหันภัยคลื่นยักษ์สึนามิเกิดปรากฎการณ์ความช่วยเหลือจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ของบริจาคกองเต็มศูนย์บริจาคแทบทุกแห่ง ชาวบ้านทะเลาะกันเนื่องจากได้รับไม่ทั่วถึง ผู้ประสานงานเชื่อเงินบริจาคจะทำให้เกิดการระแวงระหว่างชาวบ้าน

นางสาวปาริชาติ กิตติบุญ อาสาสมัครที่พื้นที่ อ.บางศักดิ์ จ.พังงา กล่าวว่า ชาวบ้านมีปัญหากันมาก ทะเลาะกันเรื่องของแจก ของบริจาค ชุมชนวุ่นวายไปหมด

นางสมจิต อ่อนสูง วัย 55 ปี ผู้ประสบภัยที่อาศัยในศูนย์พักพิง อบต. บ่างม่วง กล่าวว่า แย่งกัน แย่งกันทุกอย่าง มีการเล่นพรรคเล่นพวก ใครวิ่งถึงก่อนก็ได้ก่อน ป้าก็ไม่ค่อยอยากไปแย่ง ไม่อยากทะเลาะ รู้สึกเหมือนไปขอทานเขา

นายสาธร สมพงษ์ ผู้ประสานงาน โรงเรียนใต้ร่มไม้กล่าว ที่บ้านน้ำเค็มคลื่นของความช่วยเหลือมันทะลักเข้ามาใหญ่กว่าคลื่นสึนามิ ใหญ่มากเสียจนเป็นปัญหา ชาวบ้านที่นั้นทะเลาะกันเรื่องของบริจาคที่กองเพนินเทินทก เพราะว่าบางคนไม่ได้รับ แล้วเขาก็ผิดใจกัน ตอนนี้ทางสถาบันพัฒนาชุมชน เอกชนและอาสาสมัครพยายามไม่ให้เข้าไปบริจาคที่เต้นท์ อยากบริจาคเอาไปไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งอาจจะช้าทำให้ชาวบ้านก็ไม่พอใจคิดว่าส่วนกลางกั๊กไว้ แต่ที่จริงส่วนกลางก็ไม่อยากรีบกระจายเร็วเกินไปเพราะกลัวว่าจะไม่ทั่วถึง ซึ่งมันทำให้คณะกรรมการที่เข้ามาบางคนท้อ แต่ตอนนี้ก็กำลังประคับประคองกันอยู่ เป็นปัญหาของการอยากช่วยเหลือ เป็นผลของเจตนาดี

นางนงคราญ ซื่อหลาย อาสาสมัครจากจังหวัดปัตตานี ผู้มาช่วยวางระบบการรับเงินบริจาคในศูนย์พักพิง อบต. บ่างม่วง กล่าวว่า มีปัญหาเรื่องการรับของและรับเงิน บางคนได้ บางคนไม่ได้ คนที่ทำงานอยู่ในศูนย์พักพิงไม่ได้ของเลย แต่คนที่อยู่ข้างหน้าได้ หัวหน้าโซน(ผู้ดูแลซอยในศูนย์พังพิงช่วยคราว อ.บางม่วง)ก็ยื้อแขนผู้บริจาค แย่งได้ก็ได้เงิน ก็ทะเลาะกันใหญ่โต สองสามวันก่อนเพิ่งจัดระบบบริจาคใหม่ โดยตั้งกฎที่ว่าผู้บริจาคต้องมาที่ศูนย์รับบริจาคของชุมชนเท่านั้น ที่เดียว แล้วเราจะเช็คยอดเงินบริจาคและของบริจาคกันทุกวัน ประกาศให้ชาวบ้านรู้ทุกวัน เสร็จแล้วนำไปฝากไว้ที่บัญชีกลาง เย็นๆก็มีประชุมในผู้นำชุมชนว่าจะนำเงินไปทำอะไรบ้าง

แต่จากคำบอกเล่าของนางสาว(พี่แพร)อาสาสมัครกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ยังมีผู้บริจาคส่วนหนึ่งที่แอบเดินมาที่เต๊นท์ผู้ประสบภัยแล้วยืนเงินให้ ชาวบ้านเองก็ไม่ได้บอกให้ไปบริจาคที่ศูนย์รับบริจาคแต่อย่างใด

ด้านเจ้าหน้าที่สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน อ.คึกคัก จ.พังงา กล่าวถึงการบริจาคว่า พี่พยายามจัดการเรื่องบริจาคเหมือนกัน ที่นี้จะมีทั้งคนไทยพุทธ และไทยใหม่ บางคนมาบริจาคให้ฝั่งเดียวคือไทยพุทธ ชาวบ้านไทยใหม่ก็ยืนมองตาปริบๆ บางคนก็ให้แค่บางคน ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ก็ไม่อยากให้บริจาค มาบริจาคที่กองกลางดีกว่าแล้วพี่จะแจกจ่ายให้ หรือถ้าอยากให้ถึงมือพี่จะจัดการให้ แต่ต้องให้ทุกคนเท่ากัน

นายหมี(นามสมมุติ) ผู้ประสานงานการทำงานวัดย่านยาว ตั้งข้อสังเกตในการใช้เงินบริจาคว่า เงินบริจาคเนี่ย เฉพาะไอทีวีก็ได้มากว่า 200 ล้าน เยอะมาก คนทำงานทุกวันแต่เงินไม่ได้ใช้ หลายองค์กรอาศัยข่าวรับเงิน เงินก็รับทุกวันแต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร เราก็ทำงานที่ย่านยาวทุกวัน แบบนี้คืออะไร? พี่มาวันแรก สส.จังหวัดพังงาเงินหมด พี่ต้องควักให้ 3,000 บาท เงินมันใช้ทุกวัน หลังๆถึงจะเบิกได้ซึ่งต้องผ่านหมอพรทิพย์ได้

นายหมี กล่าวเพิ่มเติมว่าทุกช่องทำเหมือนกันหมด เอาดารามาร้องเพลง เอาผู้ใหญ่มาร้องเพลง เอาโต๊ะมาตั้ง เอาคนสวยๆมารับโทรศัพท์ รับเงิน พอรับเงินก็ไปกองอยู่ที่นั้น เสร็จแล้วจะให้หน่วยงานไหน? ตอบได้ไหม? ทุกคนใช้สถานการณ์ระดมเงิน แต่เงินถูกใช้อย่างไร? ในขณะที่ช่องว่างระหว่างความต้องการกับการตอบสนองความต้องการมันมีอยู่ ชาวบ้านก็รอ มันมีความต้องการมากคนก็เริ่มหงุดหงิด เครียด ผิดหวัง สุดท้ายคนจะระแวง เงินไปไหนวะ? จากประเด็นภัยพิบัติ วิกฤตเป็นโอกาสให้คนรักกันมากขึ้น กลายเป็นวิกฤตหนักไปอีก เริ่มระแวงกันว่าเงินไปไหน? ทีวีก็โชว์ยอดแข่งกัน ชาวบ้านก็ต้องถามว่าเงินไปไหน? สังคมมันตอบสนองสถานการณ์ทุกวันเพราะเป็นสังคมของสื่อ พอถึงจุดหนึ่งผลกระทบทางสังคมจะเยียวยาไม่ได้แล้ว


edit @ 2007/08/12 22:30:09

Comment

Comment:

Tweet