2007/Aug/12

ภาพเด็กๆ เด็กวัยรุ่นเดินขวักไขว่ตามโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงเริงใจ เป็นภาพชินตาของเราหลายคน แต่ภาพของเด็กจำนวน100 กว่าคนที่มาจากทั่วประเทศไทย ต่างกันทั้งถิ่นฐาน ฐานะ ชั้นเรียนและวิถีชีวิตมารวมกันคิดถึงเรื่อง สังคม เป็นภาพที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนัก และมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16-17 กันยายนที่ผ่านมา วันนั้นสนามบาสกว้างๆ ใต้อาคารสนามกีฬา มหาวิทยาลัยสยามได้กลายเป็น Open Space ให้เยาวชนมากมาย แตกต่างหลากหลาย ได้เดินไปรอบๆ และคิดอ่านเกี่ยวกับ สังคม ที่พวกเขาอยู่ร่วมกัน

งานครั้งนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Thailand Youth Open Space Discussion จัดขึ้นโดยธนาคารโลกและหลากหลายองค์กรเยาวชน ภายใต้หัวข้อใหญ่ที่มีชื่อว่า เยาวชนไทยกับหนทางสู่ความฝัน -โอกาสและความท้าทาย

คุณปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานในพิธี ได้กล่าวถึงความห่วงใยต่อเยาวชนว่า มีสองเรื่องหลักคือเรื่อง ความรู้และทักษะ และ คุณธรรม จริยธรรมของเยาวชน เพราะเยาวชนในยุคโลกาภิวัตน์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้และทักษะใหม่ๆ ให้ทันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางภาษา ทักษะทางเทคโนโลยีและโลกทัศน์ เพื่อที่จะสามารถประกอบอาชีพได้ในอนาคต ในขณะเดียวกันก็ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม รักษาคุณค่าของวัฒนธรรมไทยไว้ด้วย

การจัดงาน Thailand Youth Open Space Discussion ถือเป็นงานที่ให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในสังคมของตัวเอง สังคมที่จะเป็นของคุณในวันข้างหน้า วันนี้จึงอยากให้แสดงความเห็นให้เต็มที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและเรื่องอื่นๆ คุณปิยะบุตรกล่าว

ด้าน Mr.Christoper Thomas ผู้จัดการด้านการศึกษาของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกธนาคารโลก กล่าวว่า เรามีเยาวชน 400 ล้านคนทั่วโลก เด็กๆ เป็นคนที่ได้รับผลลัพธ์ของวันนี้ ผมอยากรู้ว่าเด็กๆ คิดอะไรกันอยู่ รู้สึกอย่างไร และคิดถึงทางแก้อย่างไรบ้าง ในฐานะผู้จัดประเทศไทยถือว่าเป็นที่ประเทศจัด Open space เป็นประเทศที่ 5 หลังจากเรารับฟังความเห็น เราจะเอาความเห็นเหล่ามาดูว่า เราจะช่วยอะไรได้บ้าง

อาจารย์พรชัย มงคลวนิช อธิบการบดี มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวต้อนรับเยาวชนที่มาเข้าร่วมอย่างอบอุ่นว่า เป็นโอกาสที่ดีมากครับที่เราจะได้ฟังความเห็นของคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทต่อไปในประเทศไทย และโลกใบนี้ ส่วนใหญ่ไม่ว่าเรื่องสังคมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือวัฒนธรรม ผู้ใหญ่จะเป็นคนพูดและบอกว่าต้องทำอะไร แบบไหน แต่เด็กๆ ก็เป็นสมาชิกในสังคมเหมือนกันและเราก็อยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ตอนนี้

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.กระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ปัจจุบันไทยเจอวิกฤติหลายอย่าง ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเมืองที่เป็นวิกฤตใหญ่ในสังคม เยาวชนจะคิดอย่างไรต่อเรื่องเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและสำคัญมาก และมีความรู้สึกยินดีมากที่ได้ยินเสียงของเยาวชน

หลังพิธีเปิดการะประชุม เยาวชนทั้งหมดได้ผ่อนคลายกันด้วยกิจกรรมสันทนาการ หลังจากนั้นก็ได้รับโจทย์ให้ไปขบคิดค้อว่า ความฝันเกี่ยวกับสังคม ของพวกเขาคืออะไร? คำถามนี้ทำเอาเด็กๆ ที่เข้าร่วมหลายคนตรึกตรองและใครครวญถึงสังคมของพวกเขา

ส่วนคำตอบที่ได้นั้นมีหลากหลายและท้าทายเหลือเกิน มีตั้งแต่ฝันง่ายๆ ว่าจบแล้วอยากมีงานทำเพื่อไม่เป็นภาระของสังคม ฝันอยากเป็นทหารดูแลประเทศ ฝันอยากให้มีการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ฝันอยากให้ปัญหาความยากจนหมดไป อยากให้มีสิ่งแวดล้อมดีๆ มีการพัฒนาระบบการศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจ จนไปถึงฝันถึงสังคมประชาธิปไตย

สามารถแบ่งเป็น 6 หัวข้อใหญ่ คือ การศึกษา สังคม(การเมือง) เศรษฐกิจ ความสามัคคีในชาติ สิ่งแวดล้อม และ ยาเสพติด,โรคเอดส์ แบ่งได้เป็น 64 ประเด็น แบ่งการพูดคุยออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 16 ประเด็น ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีต่อหนึ่งช่วง โดยให้เยาวชนที่เป็นคนนำเสนอ ความฝันเกี่ยวกับสังคม เป็นผู้นำประเด็น และเพื่อนๆ ที่สนใจประเด็นเดียวกันเป็นผู้ร่วมอภิปรายหาสาเหตุของปัญหา และหนทางแก้ไข หากเยาวชนสนใจหลากหลายประเด็นก็ต้องแบ่งเวลาให้ดีเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

บรรยากาศการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง การขบคิดปัญหาร่วมกันทำให้เด็กๆ ได้ทั้งมิตรภาพที่ดีและเปิดสมองรับความคิดอ่านคนรุ่นเดียวกัน

นางสาวศศิธร หลำยา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวถึงความฝันเกี่ยวกับสังคมของเธอว่าคือการหมดไปของความ ยากจน และ ยาเสพติด เพราะชุมชนในจังหวัดกระบี่ของศศิธรต้องเผชิญปัญหาสองสิ่งนี้อย่างหนักทำให้คนในชุมชนตกอยู่ในความทุกข์ยาก ผู้ใหญ่ติดอยู่กับความยากจน ในขณะที่เด็กติดยาเสพติด เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เธออยากเห็นการแก้ไข
และเมื่อถามถึงความรู้สึกกับการมาร่วมประชุมครั้งนี้ศศิธรกล่าวว่า รู้สึกดีมากค่ะที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ แม้ว่าหนูจะเคยได้เข้าร่วมอภิปรายประชุมมาหลายครั้ง แต่งานนี้พบว่าเพื่อนจำนวนมากและหลากหลาย จัดเป็นกลุ่มย่อยให้ได้อภิปรายกันทำให้เราได้พบมุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจค่ะ

ในตอนท้ายการประชุม กลุ่มเยาวชนได้มีการโหวตหัวข้อที่พวกเขาอยากให้มีการติดตามดำเนินการต่อมากที่สุด ได้ผลลัพธ์ 10 หัวข้อดังต่อไปนี้ 1. การศึกษา 2.การเมือง(เช่น จริยธรรมของผู้นำ) 3. การเสพติด (เช่น การติดเกมส์ออนไลน์) 4. ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาติ 5. การพัฒนาเยาวชน 6. ความเท่าเทียมในสังคม การลดความยากจน และเศรษฐกิจพอเพียง 7. คุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย 8. สิ่งแวดล้อม 9. การอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม 10. ปัญหาโรคเอดส์

ในอนาคต ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของผลการประชุม Youth Open Space Discussion ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกซึ่งประกอบด้วยประเทศไทย สิงคโปร์ ปาปัวนิวกินี ติมอร์ เลสเต ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย ลาว กัมพูชา ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2549 หลังจากนั้นจะมีการจัดประชุมทางไกลกับทุกประเทศที่เข้าร่วม โดยเชิญตัวแทนเยาวชนที่เคยร่วมการประชุมและองค์กรภาคี เพื่อนำสิ่งที่เยาวชนฝันไปสู่การปฏิบัติจริง

นอกจากนี้ ในระดับประเทศ ผลจากการประชุมจะเป็นส่วนหนึ่งของ รายงานการติดตามสถานการณ์ทางสังคมไทย เรื่องเยาวชน ซึ่งจะเสร็จในปีพ.ศ. 2550 เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่องค์กรที่ให้การสนับสนุนโครงการเยาวชนต่างๆ ในระดับองค์กรผลการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในฐานข้อมูลการจัดกิจกรรมระยะสั้นของชมรมเยาวชนธนาคารโลกและภาคีอื่นๆ ต่อไป

Comment

Comment:

Tweet